กฎหมายคุ้มครองแรงงานในประเทศไทย
泰国劳动保护法
Labor Protection Law in Thailand
กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทย ความสำคัญเหนือกว่ากฎของบริษัท
ในประเทศไทย กฎหมายคุ้มครองแรงงานถือเป็นหนึ่งในหลักการที่สำคัญในการสร้างความเป็นธรรมและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงาน กฎหมายนี้มีความสำคัญเหนือกว่ากฎของบริษัทเอง เนื่องจากกฎหมายถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องสิทธิและสวัสดิการของพนักงาน ดังนี้
1. การคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของพนักงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ความสำคัญกับสิทธิพื้นฐานของพนักงาน เช่น การได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม ชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม และสิทธิในการพักผ่อน บริษัทไม่สามารถออกกฎที่ละเมิดสิทธิพื้นฐานเหล่านี้ได้
2. การประกันสุขภาพและสวัสดิการ กฎหมายบังคับให้บริษัทต้องจัดให้พนักงานได้รับประกันสุขภาพและสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ประกันสังคมและวันหยุดพักผ่อนประจำปี สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นคงและความเป็นธรรมในที่ทำงาน
3. การป้องกันการถูกเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องมีเหตุผลที่เป็นธรรมในการเลิกจ้างพนักงาน และต้องแจ้งล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการเลิกจ้างที่ไม่ยุติธรรมและให้พนักงานมีเวลาปรับตัว
4. การคุ้มครองจากการล่วงละเมิดและการกระทำรุนแรง กฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่ป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศและการกระทำรุนแรงในที่ทำงาน พนักงานมีสิทธิที่จะทำงานในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
5. การให้ความเป็นธรรมและการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม กฎหมายคุ้มครองแรงงานถูกออกแบบมาเพื่อให้ความเป็นธรรมและการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมแก่พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือระดับใดภายในบริษัท บริษัทไม่สามารถออกกฎที่สร้างความแตกต่างหรือละเมิดสิทธิดังกล่าวได้
สรุป กฎหมายคุ้มครองแรงงานไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เป็นธรรมและปลอดภัย แม้ว่าบริษัทจะมีกฎระเบียบภายในของตัวเอง แต่กฎเหล่านั้นต้องสอดคล้องกับกฎหมายและไม่สามารถละเมิดสิทธิของพนักงานได้ การให้ความสำคัญกับกฎหมายเหล่านี้จึงเป็นการสร้างความมั่นคงและความเป็นธรรมในที่ทำงาน
- รายละเอียดข้อกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
- การเลิกจ้างและค่าชดเชย,Severance Pay
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (Labour Protection Act B.E. 2541)
ถูกประกาศใช้เพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการของพนักงานในประเทศไทย และครอบคลุมประเด็นสำคัญต่าง ๆ ดังนี้:
เวลาทำงานและเวลาพัก
ชั่วโมงการทำงาน : พนักงานสามารถทำงานได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากลักษณะงานมีความเสี่ยงหรือเป็นงานที่ต้องการความระมัดระวังพิเศษ อาจกำหนดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวันและไม่เกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
เวลาพัก: พนักงานต้องได้รับเวลาพักอย่างน้อย 1 ชั่วโมงหลังจากการทำงานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง
ค่าจ้างและค่าล่วงเวลา
ค่าจ้างขั้นต่ำ : กฎหมายกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่นายจ้างต้องจ่ายให้พนักงาน ซึ่งอัตรานี้อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด
ค่าล่วงเวลา : พนักงานที่ทำงานเกินเวลาทำงานปกติจะต้องได้รับค่าล่วงเวลาที่ไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างปกติ
วันหยุดและวันลาป่วย
วันหยุดประจำสัปดาห์ : พนักงานมีสิทธิ์ได้รับวันหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อย 1 วันหลังจากทำงานติดต่อกัน 6 วัน
วันหยุดพักผ่อนประจำปี : พนักงานที่ทำงานครบ 1 ปีมีสิทธิ์ได้รับวันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่า 6 วัน
วันลาป่วย: พนักงานมีสิทธิ์ลาป่วยได้ตามความจำเป็น โดยได้รับค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 30 วันต่อปี
การเลิกจ้างและค่าชดเชย
การเลิกจ้างที่เป็นธรรม : นายจ้างต้องมีเหตุผลที่เป็นธรรมในการเลิกจ้างพนักงาน และต้องแจ้งล่วงหน้าตามที่กฎหมายกำหนด
ค่าชดเชย : หากพนักงานถูกเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุผลที่เป็นธรรม นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย โดยอัตราค่าชดเชยจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงานของพนักงาน
การป้องกันการล่วงละเมิดและการกระทำรุนแรงในที่ทำงาน
การล่วงละเมิดทางเพศ : นายจ้างมีหน้าที่ต้องป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน
การป้องกันการถูกกดขี่ : พนักงานมีสิทธิ์ที่จะไม่ถูกกดขี่หรือถูกกระทำรุนแรงในที่ทำงาน
การประกันสังคมและสวัสดิการอื่น ๆ
ประกันสังคม : นายจ้างต้องจัดการให้พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม
สวัสดิการอื่น ๆ : พนักงานมีสิทธิ์ได้รับสวัสดิการเพิ่มเติมตามข้อตกลงกับนายจ้าง เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
การเลิกจ้างและค่าชดเชย,Severance Pay , นายจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือนก่อนเลิกจ้าง
อายุทำงานครบ : 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี: ได้รับค่าชดเชย 30 วัน
อายุทำงาน : 1-3 ปี : ได้รับค่าชดเชย 90 วัน
อายุทำงาน : 3-6 ปี : ได้รับค่าชดเชย 180 วัน
อายุทำงาน : 6-10 ปี : ได้รับค่าชดเชย 240 วัน
อายุทำงานเกิน :10 ปี : ได้รับค่าชดเชย 300 วัน
บทกำหนดโทษ : นายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอาจถูกปรับหรือจำคุก
ไม่จ่ายค่าจ้างตามกำหนด: ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งสองอย่าง
ฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัย: ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี
Share this:
- Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
- Click to share on X (Opens in new window) X
- Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
- Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
- Click to share on Threads (Opens in new window) Threads
- Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp






































